0
0
0
s2smodern

news25042564 lnsl 1
คอลัมน์ทะลุกลางปล้อง โดย ลุงหนวดส่องเลนส์

สวัสดีครับแฟนกาฬสินธุ์นิวส์ดอทคอมที่เคารพทุก ๆ ท่าน..

          ผมขอแนะนำคอลัมน์ใหม่ในที่แห่งนี้ เพราะบังเอิญผมกับทีมข่าวรู้จักมักคุ้นกันดี เขาจึงชวนมาเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคมตามความถนัดมาให้ท่านได้อ่านได้ทราบเพื่อเพิ่มเติมรสชาตมุมมองแง่คิดในสังคมอย่างยุติธรรม โดยใช้ชื่อคอลัมน์ว่า “ทะลุกลางปล้อง” โดยเรื่องแรกจะขอพูดถึงราคาข้าวนาปรังปีนี้ ถูกกว่ารำเลี้ยงหมู

          เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังจำนวนมาก โดยได้รับน้ำจากเขื่อนลำปาว ซึ่งเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่จุน้ำได้มากกว่า 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้เกษตรกรปลูกพืชฤดูแล้งทั้งข้าวนาปรัง ข้าวโพด พืชผักอื่น ๆ ตลอดจนเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เลี้ยงปลาออกขาย สร้างรายได้ปีละกว่า 500 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

          แต่ปีนี้เกิดวิกฤตฝนแล้ง เขื่อนลำปาวมีน้ำเก็บกักต้นทุนน้ำน้อย ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้ตามจำนวนที่ตั้งไว้ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ปกติจะปลูกได้มากกว่า 3 แสนไร่ เหลือประมาณ 1 แสนไร่เศษ ๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นทางชลประทานเขื่อนลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้แจ้งให้เกษตรกรทราบแล้ว และหากเกษตรกรจะปลูกเพิ่มก็ต้องเสี่ยงสูบน้ำเอง โดยเขื่อนลำปาวจะส่งน้ำให้ตามกรณี เช่น ส่งน้ำเลี้ยงคลองและส่งน้ำธรรมชาติเท่านั้น แต่โดยความเคยชินและความเป็นอยู่ของเกษตรกรส่วนหนึ่งนั้นไม่มีอาชีพหลัก ไม่มีรายได้ โดยเฉพาะหน้าแล้ง ไม่อยากอพยพแรงงานไปทำงานที่อื่น จึงลองเสี่ยงทำนาปรังเพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มบ้าง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เช่น ค่ารถไถ เมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ย ยากำจัดวัชพืช ฯลฯ จนกระทั่งถึงฤดูเก็บเกี่ยว เสมือนฟ้าได้ลงโทษเกษตรกรชาวนา เพราะปีนี้ราคาข้าวนาปรังตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ถูกยิ่งกว่าลำเลี้ยงหมู เฉลี่ยราคาข้าวจ้าวนาปรัง กก.ละ 7.00 บาท, ข้าวเหนียวนาปรัง กก.ละ 6.80 – 7.00 บาท ในขณะที่รำข้าวอ่อนเลี้ยงหมู กก.ละ 7.00 – 7.50 บาท

.....อะไรที่ทำให้ราคาข้าวนาปรังตกต่ำเช่นนี้ ติดตามตอนหน้าครับ เรามาวิเคราะห์สาเหตุช่วยกัน..

ลุงหนวดส่องเลนส์

0
0
0
s2smodern